In the Moonlight :: 4.2
posted on 03 Feb 2010 04:12 by suntory-fiction in IntheMoonlight.
.
.
ยังมีคนติดตามฟิคเรื่องนี้อยู่มั้ยคะ (กวักมือหยอยๆ)
ไปอ่านตอนก่อนๆก็ดีนะคะ มีอะไรเชื่อมกันอยู่ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ เพราะอิคนแต่งมันดองนานมาก T T
Title :: In the Moonlight
Author :: kumameaw
Paring :: Dong Yongbae & Lee Seunghyun
Genre :: Drama
Rate :: PG-15 [ ขำ ]
Note :: โอยยย งานยุ่งมากค่ะ ขอโทษที่ช้าเน้อ (และมันจะช้าต่อไป) ขอโทษจริงๆ T T
In the moonlight
Chapter 4 :: The Legend of .. .
4.2 The Legend of Seizer & Knight Wolf
ผ้าชุบน้ำหมาดบรรจงเช็ดตามใบหน้าและต้นคอเบาๆ ความเย็นจากผ้าทำให้คนที่หลับไม่ได้สติค่อยๆสะลึมสะลือตื่นขึ้นมา ตาเรียวกระพริบปริบมองด้านบนก็พบว่านี่มันเพดานห้องนอนของตนเอง ก่อนจะกวาดตามองไปด้านข้างก็พบผู้ชายคนหนึ่ง .. .
“คุณ!” เจ้าของห้องลุกพรวดขึ้นมาถอยหลังหนังพิงหัวเตียง มองคนที่นั่งข้างๆอย่างตกใจ
“ฟื้นแล้วหรือครับคุณหนู?”
“ฉ..ฉันเป็นอะไรไป?”
“คุณหนูคงช็อคกับเหตุการณ์เมื่อครู่น่ะครับ เลยเป็นลมหมดสติไป แต่ผมตรวจดูตามตัวแล้ว นอกจากร่องรอยการถูกบีบที่ต้นคอ ก็ไม่พบแผลอะไรเลยครับ”
“...............” วูยองคิดประมวลผลไปยังเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ตาเบิกโพลงและตัวก็เริ่มสั่นจนอีกคนสังเกตได้
“ตอนนี้คุณหนูปลอดภัยแล้วครับ”
“ค..คุณหนู?”
“เอ่อ..ผมไม่รู้จะเรียกว่าอะไรน่ะครับ”
“แต่นายก็มาช่วยฉันเนี่ยนะ?”
“สัญชาตญาณของผมมันบอกว่า คุณหนูคือคนที่ถูกเลือกครับ และถ้าคุณหนูจะจำได้ เราเคยเจอกันมาก่อนแล้วเมื่อสิบกว่าปีก่อน” คนที่นั่งอยู่บอกยิ้มๆ
“นี่มันอะไรกันเนี่ย” เขาเคยรู้จักผู้ชายคนนี้ด้วยเหรอ แถมยังเมื่อสิบปีก่อน แล้วใครมันจะไปจำได้กัน แต่ตอนนี้ความอยากรู้อยากเห็นมันตีรวนในหัวไปหมด “ช่วยเล่าให้ฟังได้ไหม ช่วยเล่าทีว่าเรื่องมันเป็นมายังไง”
“ได้ครับคุณหนู”
“หยุด!...เรียกฉันว่าวูยอง มันคือชื่อฉัน”
“ได้ครับคุณวูยอง”
-Fresh back-
“คุณแม่ฮะ คุณแม่! ดูลูกหมาตัวนี้สิ น่าสงสารมากๆเลย”
“ไปเก็บมาจากไหนล่ะลูก แล้วเราก็ตัวเปียกมะลอกมะแล่กมาเลยนะวูยอง ฝนตกแบบนี้ออกไปเล่นข้างนอกทำไม”
“มันบาดเจ็บ แถมตากฝนตัวสั่นวูยองเลยอุ้มมันมาด้วยฮะ”
“งั้นก็ไปอาบน้ำทั้งคนทั้งหมาเดี๋ยวนี้เลยจ๊ะ เดี๋ยวจะไม่สบายไปซะก่อน”
“ฮะ”
หลังจากที่จัดการอาบน้ำอุ่นให้แก่ตัวเองและลูกหมาหลงทางเสร็จ เด็กชายตัวเล็กก็มานั่งเช็ดตัวและทำแผลให้ลูกหมาตัวนั้น มือเล็กค่อยๆบรรจงทำให้อย่างเบามือ ทำให้สุนัขขนสีเงินแซมเทาถึงกับเคลิ้ม ดวงตามันจ้องมองเจ้าของมือเล็กนั่น
ดวงตาสีนิลแดงสบกับดวงตาสีน้ำตาลบริสุทธิ์...
วูยองถึงกับนิ่งไป รู้สึกราวกับถูกชะตา
“ฉันจะตั้งชื่อแกว่ายังไงดีนะ ไหนๆแกก็ไม่มีเจ้าของ...” พูดพลางจับเบาๆแถวต้นคอแล้วก็ไม่พบปลอกคอหรืออะไรเลย “...ฉันจะเลี้ยงแกเอง เราเป็นเพื่อนกันนะ” มือเล็กป้อมๆ อุ้มลูกหมาขึ้นมาจ้องตากันระดับสายตา
เด็กชายผู้มีเจ้าของดวงตาสีน้ำตาลยิ้มกว้าง เขาชอบแววตานี้ เขาชอบรอยยิ้มนี้
“แกมีดวงตาสีนิลแดง ฉันจะเรียกแกว่า..แจสเปอร์”
แจสเปอร์เหรอ?
ก็เก๋ดี แต่เขาไม่ใช่ฝรั่งซะหน่อย
“รออยู่นี่นะ ฉันจะไปเอานมอุ่นๆมาให้แกกิน แกต้องหิวแน่ๆใช่มั้ย?” ยังพูดไปและยิ้มไป
“อย่าซนนะแจสฯ แกต้องเป็นเด็กดี โอเค๊?”
เด็ก? ผมไม่เด็กนะ ผมอายุมากกว่าอีก
..จากนั้น เราก็เป็นเพื่อนกัน
ผมมีความลับ
ความลับที่บอกใครไม่ได้
โชคชะตา หรืออะไรก็ไม่รู้ ทำให้ผมหาเขาเจอ
ตอนนี้ผมรู้เพียงอย่างเดียวว่า ผมเกิดมาเพื่อเขา.. .
..ผมเกิดมาเพื่อปกป้องวูยอง
.
.
.
แต่ตอนนั้น ผมอาจจะยังเด็กเกินไป และยังไม่แข็งแกร่งพอ
เป็นภาพบรรยากาศเดิมๆของผู้คนในละแวกนั้น เด็กชายตัวขาวๆเล็กๆกับสุนัขขนสีเงินตาสีนิลแดงจะต้องออกมาเดินเล่นและซื้อไอศครีมร้านประจำตรงสี่แยกเล็กๆกลางย่านร้านค้า
สุนัขขนสีเงินทำจมูกฟุตฟิตไปมาซ้ายขวา มันรับรู้ถึงบรรยากาศไม่ชอบมาพากล ตาสีนิลแดงจ้องไปยังซอกตึกตรงหัวมุมถนนอีกฝั่ง มีบางอย่างที่ไม่ธรรมดาอยู่ที่นั่น และแน่นอนว่ามันคือเรื่องอันตรายแน่ๆ สุนัขตัวเล็กหันไปมองเจ้าของตัวน้อยที่ยืนเลือกไอศกรีมอยู่
มันตัดสินใจวิ่งข้ามถนนไปให้เร็ว เพื่อที่วูยองจะตามไม่ทันและไม่ตามมาเจอเรื่องอันตราย แต่มันคิดผิด
“แจสเปอร์! จะไปไหน!!?!”
วูยองวิ่งตามสุนัขไป แจสเปอร์หยุดอยู่กลางถนนเมื่อได้ยินเสียงเรียก และหันกลับมา พบว่าวูยองกำลังวิ่งมาหา มันได้แต่ส่งเสียงเห่ากลับไป แต่ตอนนั้นวูยองไม่ฟังอะไรแล้ว เด็กชายเห็นเพียงรถกระบะที่วิ่งตรงมายังแจสเปอร์ด้วยความเร็ว สองขาออกวิ่ง เขาไปถึงตัวลูกสุนัขแล้วรีบอุ้มขึ้นแนบอกแล้วจะวิ่งต่อ แต่ช้าไป..
ปัง!! โครม!!!
เสียงรถปะทะกับร่างเล็กดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของเด็กชายกระเด็นออกมาข้างถนน แต่สองแขนกลับยังกอดสุนัขไว้แนบอก
เขาเกิดมาเพื่อปกป้องคนคนนี้ไม่ใช่หรือไง?
แต่ทำไมถึง.. .
-Fresh come-
“นายคือแจสเปอร์งั้นเหรอ? แล้วทำไมหลังจากที่ฉันฟื้นขึ้นมาที่โรงพยาบาล ฉันถึงไม่เห็นนาย แม่ก็ได้แต่บอกว่านายตายไปแล้วจากอุบัติเหตุครั้งนั้น ฉันก็คิดว่านายจะตายไปแล้วจริงๆ ฮึก..”
“ผมขอโทษ” มือหนารีบเอื้อมมาปาดน้ำตาของคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าออก
“แล้วนาย..ไปไหน..มา..”
“ผมมันขี้ขลาด ทนต่อความอัปยศครั้งนั้นไม่ได้ ผมเลยกลับไปหาพ่อและให้ช่วยฝึกฝนผมให้แข็งแกร่ง เพื่อจะกลับมาอีกครั้ง”
“ทำไมต้องมาปกป้องคนอย่างฉันด้วย เพราะถ้าเป็นเรื่องเมื่อสิบกว่าปีก่อน นายไม่จำเป็นเลยนี่ เพื่อไถ่โทษรึไง”
“นั่นเป็นส่วนหนึ่งครับ แต่คุณวูยองต้องได้รับการปกป้อง มันเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดมาแล้ว”
“ฉัน....”
“คุณวูยองมีพลังบางอย่างที่สำคัญต่อราชาแวมไพร์รุ่นที่ 9 ถ้าเป็นเมื่อหลายๆร้อยปีก่อน จะไม่ต้องได้รับการปกป้องอะไรมาก ตระกูลของผมจะทำแค่หน้าที่ดูแลคอยรับใช้ แต่ตอนนี้ โลกแห่งแวมไพร์กำลังสั่นคลอนเพราะรุ่นที่ 9 หายสาบสูญ เพราะคนทรยศ แต่ตอนนี้ มันใกล้เวลาแล้วที่เขาจะกลับมา พลังพิเศษในนี้...” มือหนาวางทาบลงบนอกข้างซ้ายของวูยอง “...จำเป็นต่อราชาผู้นั้น คุณวูยองมีมาตั้งแต่เกิด คุณเกิดมาเพื่อมอบสิ่งสำคัญให้เขาครับ”
หัวใจของวูยองเต้นถี่ขึ้นและดังก้องในหัวของนิชคุณ เขารับรู้ได้ทันทีว่า คนคนนี้กำลังหวาดกลัวเรื่องที่จะเกิดขึ้น มือหนาเลื่อนลงมากุมมือที่สั่นเทาไว้ ก่อนจะยกขึ้นจรดริมฝีปาก จุมพิตที่ฝังลงบนหลังมือ ทำให้วูยองถึงกับทำตัวไม่ถูก
“คุณไม่ต้องกลัว ผมเกิดมาเพื่อปกป้องคุณ ผมจะไม่ทำให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย”
“ต...แต่ที่เจอเมื่อกี้ พ..พวกมัน ไม่ใช่....”
“ไม่ใช่มนุษย์?”
“................อ..อืม” วูยองพยักหน้า
“ผมเองก็ไม่ใช่”
“...หา?..”
“ผมเป็นแวร์วูฟ เป็นตระกูลของอัศวินหมาป่า ตระกูลเราเกิดมาเพื่อปกป้อง Seizer ทุกรุ่นครับ”
“Seizer?”
“ครับ คุณเป็น Seizer เป็นคนที่พระเจ้าทรงเลือกแล้ว ตอนนี้แวมไพร์เริ่มรุกรานโลกมนุษย์มากขึ้น เพราะมันไม่มีผู้นำ ชีวิตของคุณกำลังตกอยู่ในอันตรายตราบใดที่รุ่นที่ 9 ยังหาคุณไม่เจอ ผู้ทรยศต้องหาทางกำจัดคุณ เพื่อไม่ให้เขาขึ้นครองบัลลังค์ เพราะฉะนั้น คุณวูยองต้องได้รับการปกป้องครับ”
“.......................”
เจ้าของห้องได้แต่นั่งอึ้งกับชะตาชีวิตของตัวเอง ส่วนหนึ่งนั้น ไม่อยากจะเชื่อสักนิดว่ามันคือเรื่องจริง แต่เหตุการณ์ที่เพิ่งพบเจอมา และคำบอกเล่าเมื่อสิบกว่าปีก่อนมันทำให้วูยองเชื่อไปแล้วเกินครึ่ง แต่เขาคือคนที่มีพลังวิเศษจริงๆน่ะหรือ คนธรรมดา ที่ใช้ชีวิตปกติทั่วไปมาตลอดเนี่ยนะ
“ผมต้องขอโทษที่เล่าให้คุณวูยองฟังใครครั้งเดียว เพราะเราไม่มีเวลาแล้ว”
“...................” ผู้ชายคนนี้อ่านใจเขาอีกแล้ว..
“ผมขอโทษที่เสียมารยาทครับ แต่เห็นสีหน้าเป็นกังวลของคุณแล้ว ผมก็อดเป็นห่วงไม่ได้”
“...ช่างเถอะ ตอนนี้ฉันสับสนไปหมด มันยากที่จะเข้าใจและยอมรับนะนิชคุณ”
“ผมเข้าใจครับ” มือที่กุมอยู่ บีบแน่นขึ้นอีก
“จากนี้ไป ชีวิตฉันจะต้องเจอเรื่องอันตรายอะไรอีกนะ”
“คุณวูยองอย่ากังวลไปเลย ผมจะอยู่เคียงข้างและปกป้องดูแลคุณเอง”
“.........................”
จางวูยอง ถึงกับนั่งตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดไปชั่วครู่ เขาค่อยๆแกะมือออกจากการจับกุม ใบหน้าเริ่มขึ้นสีระเรื่อ เพราะไม่เคยถูกใครพูดด้วยแบบนี้หรือเปล่า เลยมานั่งใจสั่นแบบนี้
“คุณวูยองเขินอะไรครับ?”
“เปล่า!!” ตอบสวนขึ้นมาทันที
“.....หรือไม่สบาย แต่เมื่อกี้คุณ.........”
“อย่ามาอ่านใจฉันนะ!”
“อ่า...เกรงว่าจะไม่ได้ครับ ผมอ่านใจมนุษย์ได้ทุกคนและหมาป่าทุกตัว หรือแม้แต่แวมไพร์บางตัวที่ไม่มีพลังพอที่จะปิดกั้นความคิด แต่ว่าสำหรับคนที่ผมจะมาปกป้อง คนที่เขาเกิดมาเพื่อเป็นนายผม ผมไม่ต้องอ่านใจ แต่ผมจะได้ยินความคิดของเขาเองโดยอัตโนมัติครับ”
“ห๊ะ??”
“สรุปง่ายๆคือ... .ไม่ว่าคุณจะคิดอะไร อยู่ที่ไหน ผมจะรู้หมด”
ต..ตอบกลับมาหน้าตาเฉยเลย แถมยังยิ้มอีกนะ หมอนี่อันตรายกว่าที่คิดอีกนะเนี่ย
“ผมไม่ทำร้ายคุณหรอกครับ อย่ากังวลไปเลย”
..อีกแล้ว!!
To be continue……………
In the 4.3 chapter :: The legend of Guardian
Talk :: สั้นสินะ มันก็สมควรจะสั้นเพราะเป็นพาร์ทย่อย แต่ที่หายไปนานเนี่ยไม่น่าให้อภัยจริงๆ T T ขอโทษนะคะ เหมี่ยวติดภารกิจหลายอย่างมาก
ตอนนี้เฉลยออกมาแทบหมด คนอ่านเหมือนจะรู้แล้วว่าใครเป็นใคร ฮ่าๆๆๆ ช่วงนี้คุณด้งมาวินมาก อร่ากกก เหมี่ยวจะตายเพราะโมเมนท์สองคนนี้จริง จนต้องคลอดฟิคอีกเรื่อง (แม้จะเอาไปฟีทกับทูซึงก็เถอะ)
เอาล่ะสิ อูด้งสำคัญกับยองเบโคตรๆ แถมยังเป็นเพื่อนรักซึงรีอีก ชักจะสงสารนิชคุณ(เกี่ยว?) ฟิคดราม่านะคะ เพราะงั้นเตรียมมีดไว้แทงคนแต่งได้เลย แอร๊งงงงง
ตอนต่อไปคงนานอีกเช่นเคย ขอทำรีพอร์ทซีเนียร์โปรเจคก่อนนะคะ ขอจบมหาลัยก่อน เอาอนาคตก่อน รับรองไม่ทิ้งแน่นอนค่ะ
ขอบคุณทุกคอมเมนท์ค่ะ ^ ^
คนอ่านบอกมึงมาสั้นแบบนี้ มึงอย่ามาเลยดีกว่า 5555+
พาร์ทหน้าเป็นของน้องซึงค่ะ เราจะอีโรติกกันอีกรอบ กริ๊ววววววววว (รอเค้าทำรายงานเสร็จก่อนเน๊ะ!)
ปล.เมื่ออีโม ฟิคก็จะมา ยิ่งแซดมาก ฟิคยิ่งป่วงมาก ฮือๆๆ






